ยางบวม ขับต่อได้ไหม อันตรายหรือเปล่า พร้อมวิธีเช็กและทางแก้ที่ควรรู้
ขับรถไปดี ๆ แล้วสังเกตว่าแก้มยางปูดเป็นก้อนนูนขึ้นมา หรือบางคนไม่รู้ตัวเลยจนกว่าจะถูกทัก นั่นคือสัญญาณของ ‘ยางบวม’ ที่ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด คำถามที่ทุกคนถามตรงกันคือ ‘ยางบวม ขับได้ไหม หรือ ‘ยางรถยนต์บวม แบบนี้อันตรายจริงไหม’ บทความนี้ทีมช่าง ก.เจริญยางยนต์ และก.เจริญค็อกพิท จะอธิบายให้เข้าใจตั้งแต่ต้นเหตุไปจนถึงวิธีรับมือที่ถูกต้อง
ยางบวมคืออะไร ทำไมแก้มยางถึงปูดเป็นก้อน
ยางบวม คือการที่ชั้นผ้าใบ (Carcass) ด้านในของยางได้รับความเสียหายจนขาดหรือฉีกออกจากกัน ทำให้อากาศดันออกมาดันชั้นยางด้านนอก เกิดเป็นก้อนนูนหรือตุ่มโป่งขึ้นที่ผิวยางหรือบริเวณแก้มยาง
จุดสำคัญที่ต้องเข้าใจคือความเสียหายนี้อยู่ด้านในของโครงสร้างยาง ไม่ใช่แค่รอยถลอกหรือตำหนิผิวนอกที่มองแล้วดูธรรมดา เพราะฉะนั้น ยางที่บวมแม้จะยังมีลมอยู่ครบ ดอกยางยังดูดี แต่ภายในโครงสร้างพังแล้ว และนั่นคือสิ่งที่ทำให้คำถามที่ว่า ยางบวมอันตรายไหม? และนี่จึงทำให้คำถามว่า “ยางบวมอันตรายไหม?” ตอบได้ว่า “อันตรายมาก” โดยเฉพาะในขณะขับขี่ เนื่องจากยางมีความเสี่ยงที่จะระเบิด หรือทำให้รถสูญเสียการควบคุมได้ในทันที

ยางบวมเกิดจากอะไร? 5 สาเหตุสำคัญ
ก่อนจะรู้ว่าต้องแก้อย่างไรเวลายางบวม ต้องเข้าใจก่อนว่าทำไมยางถึงบวม เพราะหลายครั้งสาเหตุมาจากนิสัยการขับที่เราทำซ้ำ ๆ โดยไม่รู้ตัว
ตกหลุมแรง ๆ หรือล้อเบียดฟุตบาท
นี่คือสาเหตุอันดับหนึ่งที่พบบ่อยที่สุด เวลารถวิ่งลงหลุมแบบแรง หรือขอบล้อกระแทกฟุตบาทตอนจอดรถหรือเลี้ยวรถ แรงกระแทกที่เกิดขึ้นในชั่วเสี้ยววินาทีนั้นรุนแรงมากพอที่จะทำให้ผ้าใบในเนื้อยางขาดได้ทันที ยางอาจดูปกติด้านนอก แต่เริ่มบวมให้เห็นชัดในอีกไม่กี่วันถัดมา
ลมยางอ่อนหรือแข็งเกินไป ทำให้โครงสร้างยางรับแรงผิดปกติ
ยางที่มีลมอ่อนจะยุบตัวมากกว่าปกติเวลากระแทก โครงสร้างด้านในต้องรับแรงโดยตรงแทนที่จะให้อากาศรับไว้ก่อน ยิ่งขับกับยางอ่อนบ่อยแค่ไหน ยิ่งเพิ่มโอกาสให้ผ้าใบขาดเร็วขึ้น ในทางกลับกัน ลมมากเกินไปก็ทำให้ยางแข็งเกินไปจนรับแรงกระแทกได้แย่ลงเช่นกัน
บรรทุกหนักเกิน ยางทำงานหนักกว่าที่ออกแบบไว้
ยางทุกเส้นมีค่าดัชนีรับน้ำหนักที่กำหนดมาตั้งแต่โรงงาน ถ้าโหลดรถหนักกว่าค่าที่ยางรับได้ โครงสร้างด้านในจะล้าเร็วกว่าปกติ และเสี่ยงบวมได้ง่ายขึ้นเมื่อเจอแรงกระแทก
ปะยางผิดวิธี หรือมีความชื้นสะสมในเนื้อยาง
การปะยางที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น ใช้วัสดุปะที่ไม่เหมาะสมหรือปะจากภายนอกแทนที่จะเข้าไปจัดการด้านใน อาจทำให้ความชื้นและอากาศเล็ดลอดเข้าไปสะสมในชั้นยาง เมื่อเวลาผ่านไป ความชื้นนั้นจะทำลายโครงสร้างจากด้านในจนเกิดอาการยางบวมได้
ยางเก่า เสื่อมสภาพ จนโครงสร้างเริ่มอ่อนตัว
ยางที่ใช้งานมานาน แม้ดอกยางยังเหลืออยู่ แต่ชั้นผ้าใบข้างในเริ่มเปราะและอ่อนแอลงตามอายุ เมื่อเจอแรงกระแทกที่ปกติยางใหม่รับได้สบาย ยางเก่าอาจบวมได้ทันที
ยางบวม ขับต่อได้ไหม? ยางบวมแบบไหนต้องรีบจอดทันที
คำตอบจากช่าง คือ ยางบวมไม่ควรขับต่อ ไม่ว่าก้อนที่นูนขึ้นมาจะเล็กหรือใหญ่
เหตุผลที่ต้องพูดชัดขนาดนี้ เพราะโครงสร้างที่ขาดแล้วในเนื้อยางไม่มีทางรู้ว่ามันจะทนได้อีกนานแค่ไหน บางครั้งขับได้อีกหลายสิบกิโลก็มี แต่บางทีแค่ขับต่อไปไม่กี่เมตรก็ระเบิดแล้ว และการที่ยางระเบิดระหว่างขับ โดยเฉพาะยิ่งขับเร็ว จะยิ่งเพิ่มโอกาสเกิดอันตรายถึงชีวิตโดยไม่ทันตั้งตัว
ยางบวมอันตรายไหม? ลองนึกภาพนี้ ยางระเบิดตอนขับบนทางด่วนความเร็ว 120 กม./ชม. รถจะสูญเสียการควบคุมทันที และมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้ทั้งกับตัวเองและคันอื่น
สัญญาณที่บอกว่าต้องจอดทันทีโดยไม่ต้องรอ:
- เห็นก้อนนูนชัดเจนที่แก้มยางหรือหน้ายาง ไม่ว่าจะขนาดไหน
- รู้สึกว่ารถสั่นผิดปกติขณะขับ หรือพวงมาลัยดึงไปข้างใดข้างหนึ่ง
- มีเสียงดังผิดปกติจากล้อขณะวิ่ง
- ยางแฟบหรือทรงผิดรูปไปจากเดิม
ถ้าสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ระหว่างทาง แนะนำให้ค่อย ๆ ลดความเร็ว จอดข้างทางที่ปลอดภัย แล้วโทรหาบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน หากต้องการเปลี่ยนยางแต่ไม่ต้องการเดินทางไปที่ร้าน ทาง ก.เจริญยางยนต์ และ ก.เจริญค็อกพิท มีบริการเปลี่ยนยางนอกสถานที่ โดยช่างผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเครื่องถอดและถ่วงล้อครบ ไม่ต้องเสี่ยงใช้รถที่ยางบวมต่อ
ก.เจริญยางยนต์ (สาขาสุขุมวิท 91)
เบอร์โทร: 02 331 9911, 02 331 8882-4
Line: @kc4418
ก.เจริญค็อกพิท (สาขาอุดมสุข 28)
เบอร์โทร: 02 393 3356, 086 318 1401
Line: @kcockpit
SHARE THIS STORY
RELATES TAGS