โช้คอัพรถยนต์ เปลี่ยนแล้วขับดีขึ้นจริงไหม? พร้อมเทคนิคเลือกซื้อให้คุ้มค่าที่สุด
ท่ามกลางอุปกรณ์ชิ้นส่วนรถยนต์มากมายนั้นโช้คอัพรถยนต์ คือชิ้นส่วนที่รับหน้าที่สำคัญและทำงานหนักมากที่สุดชิ้นหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นทุกครั้งที่คุณหักพวงมาลัยเข้าโค้ง ทุกครั้งที่คุณเหยียบเบรคกระทันหัน หรือแม้แต่ในตอนที่คุณจำเป็นต้องขับไปบนถนนที่ขรุขระ โช้คอัพคือตัวแปรสำคัญที่กำหนดว่ารถยนต์ที่คุณกำลังขับนั้น จะไปต่ออย่างมั่นคง หรือเสียการทรงตัวควบคุมไม่อยู่
ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับทุกมิติของโช้คอัพรถ พร้อมทั้งเทคนิคแนะนำการเลือกซื้อเมื่อถึงเวลาต้องเปลี่ยน รับรองว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์แก่ทุกคนที่รักรถอย่างแน่นอน
โช้คอัพทำหน้าที่อะไรกันแน่
หลายคนอาจจะเข้าใจกันว่า “โช้คอัพ” นั้น มีหน้าที่เป็นตัวคอยรับน้ำหนัก แต่ที่จริงแล้วหน้าที่ในการรับน้ำหนักนั้นคือหน้าที่ของสปริงต่างหาก ซึ่งงานที่แท้จริงของโช้คอัพก็คือการควบคุมให้สปริงนั้นทำการรับน้ำหนักอย่างนุ่มนวล ไม่กระโดดเด้งหรือไม่ทำให้ช่วงล่างนั้นกระแทกมากจนเกินไป ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเป็นการรักษาหน้ายางให้สัมผัสกับพื้นถนนตลอดเวลา ผลของมันก็คือเมื่อถึงเวลาเข้าโค้งรถของคุณจะมีความเสถียรมากขึ้น ระยะเบรกมีความสั้นลงเนื่องจากว่าล้อนั้นไม่ลอยขึ้นจากพื้น และความนุ่มนวลภายในรถที่ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนของผู้โดยสารและคนขับนั่นเอง
สัญญาณเตือน ! ควรเปลี่ยนโช้คอัพรถยนต์เมื่อไร พร้อมวิธีตรวจเช็คด้วยตัวเอง
โช้คอัพนั้นจะเริ่มเสื่อมสภาพไปตามอายุการใช้งาน ผู้ขับขี่หลายคนจึงมักจะไม่ค่อยสังเกตเห็นความผิดปกติเนื่องจากความเคยชินจากการใช้งาน แต่สัญญานหรืออาการเตือนที่ชัดเจนมากที่สุดก็คือ เวลาที่คุณขับผ่านลูกระนาดหรือคอสะพาน ถ้ารถของคุณมีอาการ รถโยน หรืออาการที่รถจะเด้งขึ้นลงต่อเนื่องหลายครั้งโดยที่ไม่ยอมหยุดนิ่งในทีเดียว นอกจากนี้หากเริ่มพบคราบน้ำมันที่กระบอกโช้ค หรือตรวจพบว่าล้อรถของคุณนั้นหน้ายางเริ่มสึกไม่เท่ากัน นั่นคือสัญญาณอันตราย ที่จะบอกคุณได้ว่าโช้คอัพไม่มีแรงในการกดล้อให้ติดกับถนนได้แล้ว หรือหากพบว่าเมื่อต้องเบรกกระทันแล้วมีอาการหน้าทิ่ม ซึ่งจะทำให้ระบะเบรกยาวขึ้นและควบคุมพวงมาลัยได้ยาก เมื่อพบอาการเหล่านี้เมื่อขับขี่ คุณควรจะต้องเตรียมตัวตรวจเช็คหรือเปลี่ยนโช้คอัพใหม่ทันทีเพื่อความปลอดภัย

3 ขั้นตอน ตรวจเช็คโช้คอัพด้วยตัวเองแบบง่าย ๆ
การหมั่นตรวจเช็คโช้คอัพนั้นไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงเวลาเอาเข้าศูนย์ คุณสามารถตรวจสอบเบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง ประเมินสภาพช่วงล่างของรถยนต์ของคุณเองได้ง่าย ๆ ด้วย 3 ขั้นตอนมาตรฐานที่เหล่าช่างมือโปรก็ใช้กัน ดังต่อไปนี้
- ตรวจคราบน้ำมันและรอยรั่วซึม ให้คุณลองก้มดูที่กระบอกโช้คและแกนโช้ค หากพบว่าเริ่มมีคราบน้ำมันสีเหลืองหรือสีย้ำตาลอ่อนเริ่มไหลเยิ้มหรือเปียก นั่นเป็นสัญญาณว่าโช้คของคุณเริ่มสภาพแล้ว เนื่องจากตัวซีลมีอาการรั่วนั่นเอง
- ทดสอบแรงสะเทือนหรือโยกรถ ให้ลองใช้มือกดไปที่มุมรถ ซึ่งก็คือบริเวณฝากระโปรงหรือกระบะท้าย ลองกดลงแรง ๆ สัก 2-3 ครั้งแล้วปล่อย ถ้ารถเด้งตัวกลับขึ้นมาทันที แสดงว่าสภาพโช้คของคุณนั้นยังปกติดีอยู่ แต่ถ้าหากเมื่อกลดลงแล้วปล่อย รถยังเด้งตัวขึ้นลงอยู่อีกหลายครั้ง นั่นคือตัวบ่งชัดว่าโช้คของคุณนั้นเริ่มเสื่อมสภาพแล้ว
- ตรวจสอบดอกยาง ให้คุณลองเดินวนดูล้อรถของคุณให้ครบทั้ง 4 ล้อว่าหน้ายางนั้นมีสภาพเป็นอย่างไร ถ้าดอกยางเริ่มสึกไม่เท่ากัน สึกเป็นบั้งหรือสึกเป็นจุดแบบไม่สม่ำเสมอกัน แสดงว่าโช้คอัพของคุณถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยน เนื่องจากมันไม่ดูดซับแรงสะเทือน ทำให้ล้อกระแทกพื้นบ่อยครั้ง
เลือกโช้คอัพให้เหมาะกับคุณมากที่สุด
เมื่อตรวจสอบตามวิธีที่เราได้แนะนำไปแล้ว พบว่าโช้คอัพของคุณนั้นถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนใหม่ ขั้นตอนต่อก็คือการเลือกโช้คอัพอันใหม่นั่นเอง ซึ่งการเลือกโช้คอัพรถยนต์ควรจะคำนึงถึงเรื่องของความเหมาะของการใช้งานมากกว่าเรื่องของราคา ไม่จำเป็นว่ารถของคุณจะต้องเลือกโช้คอัพที่แพงที่สุด ยี่ห้อดีที่สุด แต่มันขึ้นอยู่กับว่าคุณใช้งานรถของคุณแบบไหนมากกว่า เนื่องจากโช้คอัพแต่ละประเภทนั้นถูกออกแบบมาให้แก้ปัญหาในจุดที่แตกต่างกัน เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น คุณสามารถคลิ้กเพื่อดูรายการสินค้าของเราได้เลย
โช้คอัพน้ำมัน
เป็นโช้คอัพประเภทที่ใช้น้ำมันไฮดรอลิกเพียงอย่างเดียว ในการสร้างแรงหน่วงเพื่อซับแรงกระแทกจากพื้นถนน เหมาะสำหรับรถบ้านที่ใช้งานในเมืองเป็นหลัก ใช้ขับในชีวิตประจำวัน จุดเด่นของโช้คอัพน้ำมันก็คือจะให้ความรู้สึกที่นุ่มนวล เหมาะกับการซับแรงสะเทือนในความเร็วต่ำ และมีราคาประหยัดที่สุดในตลาด
ข้อควรระวัง เมื่อขับต่อเนื่องนาน ๆ หรือขับด้วยความเร็วสูง น้ำมันจะเกิดความร้อนสูงจนเกิดฟองอากาศ ทำให้น้ำมันเหลวลงจนสูญเสียความหนืดชั่วคราว รถของคุณจะเริ่มย้วยและโยนตัว
โช้คอัพแก๊ส
เรียกได้ว่าเป็นโช้คอัพที่ถูกสร้างมาเพื่อแก้ไขจุดอ่อนของโช้คอัพน้ำมัน โดยการใช้ก๊าซไนโตรเจนอัดเข้าไปผสมกับน้ำมันไฮดรอลิกภายในกระบอกสูบ ซึ่งแรงดันของก๊าซจะช่วยกดทับน้ำมันไม่ให้เกิดฟองแม้จะทำงานจนร้อนจัด ซึ่งจะทำให้ค่าความหนืดนั้นคงที่ ให้ความรู้สึกหนึบแน่น ช่วยลดอาการโคลงเวลาเข้าโค้งได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังระบายความร้อนได้อย่างดีเยี่ยม เหมาะสำหรับรถที่ต้องเดินทางไกลบ่อย ๆ ผู้ที่ขับรถเร็ว หรือพวกรถครอบครัวที่ต้องการความมมั่นคงสูงในการทรงตัวเพื่อความปลอดภัย
ข้อควรระวัง จะมีความกระด้างเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หากขับผ่านรอยต่อถนนหรือลูกระนาดจะรู้สึกถึงแรงสะเทือนที่ส่งถึงพวงมาลัยมากกว่าแบบน้ำมัน
โช้คอัพแบบ Monotube & Adjustable
เป็นโช้คอัพประสิทธิภาพสูงที่มักจะพบเจอในรถสปอร์ตสมรรถนะสูงหรือพวกรถแต่ง ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ
- กระบอกชั้นเดียว (Monotube) จะมีลูกสูบที่ขนาดใหญ่กว่าปกติ ทำให้ตอบสนองต่อแรงกระแทกได้ละเอียดและคมมาก ระบายความร้อนได้ไว มีความทนทานสูงต่อการใช้งานหนัก
- แบบปรับระดับได้ (Adjustable) สามารถหมุนปรับความแข็งและอ่อนได้ด้วยตัวเอง บางรุ่นนั้นสามารถปรับได้ตั้งแต่ 8 ระดับ ไปจนถึง 32 ระดับ เพื่อให้ลงตัวกับความรู้สึกของการขับขี่ที่คุณต้องการในวันนั้น ๆ
โช้คอัพทั้ง 2 ประเภทนี้เหมาะกับสายซิ่งที่ชอบทำความเร็ว หรือผู้ที่ต้องการเซ็ตช่วงล่างให้จบในตัวเดียว โดยปรับตามความชอบ หรือเหมาะกับรถกระบะบรรทุกหนักที่ต้องเผชิญกับความท้าทาย

สรุปบทความ
สำหรับคำถามที่หลายคนมักจะสงสัยและคาใจว่าการเปลี่ยน โช้คอัพรถยนต์ นั้น ทำให้การขับขี่ดีขึ้นจริงหรือไม่ คำตอบที่ได้ก็คงจะชัดเจนกันพอสมควรแล้วว่ามันจะทำให้การขับขี่ของคุณนั้นดีขึ้นอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องความปลอดภัยและการขับขี่ที่ถูกใจผู้ขับ อีกทั้งยังช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ส่วนอื่น ๆ ไปในตัวอีกด้วย การลงทุนกับการเปลี่ยนโช้คอัพที่เสื่อมสภาพนั้น ต้องบอกเลยว่าคุ้มค่าอย่างแน่นอน และที่สำคัญ อย่าลืมเลือกโช้คอัพที่เหมาะกับการใช้งานของคุณมากที่สุด หรือถ้าคุณต้องการใช้ผู้เชี่ยวชาญดูแล อย่าลืมคิดถึง ก.เจริญยางยนต์ ของเรา
ติดต่อเราเพิ่มเติมได้ที่
สาขา ก.เจริญยางยนต์
ที่อยู่: ก. เจริญยางยนต์ (สาขาสุขุมวิท 91)
เปิดบริการ: วันจันทร์ – เสาร์ เวลา 08:30 – 18:00 น.
เบอร์โทร: 02 331 9911, 02 331 8882-4
Line: @kc4418
สาขา ก.เจริญค็อกพิท
ที่อยู่: ก.เจริญค็อกพิท (สาขาอุดมสุข 28)
เปิดบริการ: วันจันทร์ – เสาร์ เวลา 08:30 – 18:00 น.
เบอร์โทร: 02 393 3356, 086 318 1401
Line: @kcockpit
SHARE THIS STORY
RELATES TAGS